Mindblown: a blog about philosophy.
-
การศึกษาไทยกับการเตรียมความพร้อมสู่อาเซียน
การศึกษาจัดอยู่ในประชาคมสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญที่จะส่งเสริมให้ประชาคมด้านอื่นๆให้มีความเข้มแข็ง เนื่องจากการศึกษาเป็นรากฐานของการพัฒนาในทุกๆ ด้าน ดังนั้นควรมีการปรับตัวและการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้ การเตรียมความพร้อมของรัฐบาล คือ กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานที่เกี่ยวกับสถาบันอุดมศึกษาควรมีนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ในการรองรับการเตรียมความพร้อมของอุดมศึกษาไทยในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน สำหรับนโยบายที่รองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนมากนักจึงเตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนแก่มหาวิทยาลัยในประเทศไทยอย่างเป็นสมบูรณ์ โดยการปรับตัวด้านการเตรียมความของอาจารย์ บุคลากร โดยอาจารย์ในมหาวิทยาลัยต่างๆ จะต้องพัฒนาศักยภาพของตนเองทางด้านการเรียนการสอน การวิจัย โดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่เป็นตัวกลางในการสื่อสาร สำหรับมหาวิทยาลัยควรจะเน้นการศึกษาที่สามารถทำให้นักศึกษาสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันให้ได้มากที่สุดเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่อาเซียน ทั้งนี้ทางมหาวิทยาลัยควรให้ความสำคัญในด้านต่างๆเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านอาจารย์ หรือบุคลากร แล้วจะต้องคำนึงถึงคุณภาพการให้บริการด้วย การปรับตัวด้านการเตรียมความพร้อมของนักศึกษา คือ นักศึกษาจะต้องเรียนรู้ปรับตัวและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ในอนาคตซึ่งนักศึกษาจะต้องมีความสนใจและตระหนักถึงผลที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของประเทศต่างๆ สู่ประชาคมอาเซียนซึ่งเป็นสังคมยุคใหม่ จึงจำเป็นต้องปรับทั้งกระบวนการเรียนรู้ ปรับทัศนคติที่จะต้องตระหนักถึงความเป็นชาติ การปรับกระบวนทัศน์การเรียนรู้ยุคใหม่ควรเป็นไปอย่างมีเป้าหมาย การสร้างความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นที่ต่างวัฒนธรรมได้และเรียนรู้ประเทศเพื่อนบ้านทั้งในด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีซึ่งเป็นการสร้างโอกาสในการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ต้องเพิ่มทักษะทางด้านภาษาอังกฤษให้มากขึ้นให้สามารถสื่อสารได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะเห็นได้ว่าการพัฒนาคุณภาพของการอุดมศึกษาที่สำคัญ สถาบันอุดมศึกษาจำเป็นต้องตระหนึกถึงในเรื่องนี้ เพื่อเสริมสร้างจุดแข็งและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ใหม่ๆซึ่งกันและกันโดยสถาบันการศึกษาจะต้องมุ่งเน้นด้านภาษาเพื่อใช้ในการสื่อสารให้มากขึ้นเพื่อจะได้รับมือกับการเข้าสู่อาเซียนได้
-
ทิศทางการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาในมหาวิทยาลัยการศึกษา
ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของสถาบันอุดมศึกษาทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย มีความพยายามในการพัฒนาและปรับตัวเพื่อรองรับกับสภาพการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยมหาวิทยาลัยในประเทศไทยหลายแห่งได้เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน การปรับตัวของสถาบันอุดมศึกษา ได้พยายามปรับตัวเพื่อรับมือกับการแข่งขันของธุรกิจอุดมศึกษาในอนาคตเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามการจะปรับตัวให้สอดรับกับแนวโน้มอนาคต จำเป็นต้องศึกษาคาดการณ์แนวโน้มอนาคต เพื่อเป็นกรอบในการปรับทิศทางพัฒนาอุดมศึกษาให้สอดรับกับอนาคตที่จะมาถึง ผลกระทบโลกาภิวัตน์ต่อการจัดการศึกษาไทยในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นที่ปรึกษาโครงการวิจัยได้คาดการณ์แนวโน้มสำคัญของสถาบันอุดมศึกษาไทยไว้หลายประการ อันจะเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นพื้นฐานแนวโน้มอนาคต เพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาไทยได้ อาทิ สถาบันอุดมศึกษาแสวงหาเอกลักษณ์ด้านคุณภาพและความแตกต่าง สภาพการแข่งขันด้านการศึกษาที่รุนแรงขึ้น ในขณะที่สถาบันอุดมศึกษามีทรัพยากรที่จำกัด อีกทั้งผู้เรียนมีความต้องการการศึกษาที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และผู้เรียนมีโอกาสเลือกสถาบันอุดมศึกษาได้มากขึ้น ส่งผลให้สถาบันอุดมศึกษาต่างพยายามพัฒนาตนเองให้แข่งขันได้ ด้วยเหตุนี้สถาบันอุดมศึกษาจึงต้องค้นหาเอกลักษณ์เฉพาะที่ถนัด ทำได้ดี มีความเชี่ยวชาญ และมีประสิทธิภาพที่สุด เพื่อทุ่มทรัพยากรในการพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การวิจัย การพัฒนาบุคลากรที่เป็นจุดเด่นนั้นได้อย่างมีคุณภาพ และแตกต่างจากสถาบันอุดมศึกษาอื่น เช่น มหาวิทยาลัยที่โดดเด่นด้านภาษาอังกฤษและหลักสูตรนานาชาติ มหาวิทยาลัยที่โดดเด่นในด้านเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยที่โดดเด่นด้านการท่องเที่ยว เป็นต้น สถาบันอุดมศึกษาจะเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย สภาพของความจำกัดทางทรัพยากร และการแข่งขันทางการศึกษาที่รุนแรง ประกอบกับความต้องการขยายตลาดทางการศึกษาไปยังกลุ่มคนต่าง ๆ ให้มากขึ้น ส่งผลให้สถาบันอุดมศึกษาต่างมุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภายหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่น ๆ มากขึ้น เพื่อเสริมจุดอ่อนจุดแข็งกันและกัน สถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทาง มีแนวโน้มว่าจะมีบางมหาวิทยาลัยมุ่งจัดการศึกษาเฉพาะที่เป็นการลงลึกระดับเชี่ยวชาญ อันเป็นการพัฒนาการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพระดับสูง และเป็นการเพิ่มความสามารถแข่งขันให้มหาวิทยาลัย เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้เรียนที่สนใจเจาะจงจากทั่วโลก ดึงดูดคณาจารย์ที่เก่งและมีความเชี่ยวชาญ ให้เข้ามาร่วมสอนและร่วมทำงานวิจัย สถาบันอุดมศึกษาไทยในปัจจุบันและในอนาคต คงไม่สามารถดำเนินกิจการได้ตามอำเภอใจดังเช่นที่ผ่านมา เนื่องจากแรงกดดันของกระแสโลกาภิวัตน์…
-
การพัฒนามหาวิทยาลัยการศึกษาของไทยในอนาคต
การศึกษาในระดับอุดมศึกษาถือว่าเป็นการศึกษาในระดับที่สำคัญ เนื่องจากเป็นการศึกษาที่เตรียมบุคคลเข้าสู่อาชีพ โดยเฉพาะบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาออกมาจะต้องเป็นบุคคลที่มีคุณลักษณะตามที่เจ้าของสถานที่ประกอบการและสังคมยอมรับ ทำให้สถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งจึงพยายามทุกวิถีทางที่จะให้นิสิตนักศึกษาของตนมีคุณภาพ จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าคุณภาพของอุดมศึกษาไทยมีทั้งจุดเด่นและจุดอ่อนใน หลายประการด้วยกัน จุดเด่นที่สถาบันอุดมศึกษาควรรักษาไว้เป็นแบบอย่าง ประกอบด้วยการกระจายอำนาจที่มากขึ้นในสถาบันอุดมศึกษา สิ่งนี้สามารถมีส่วนช่วยเหลือในการเสริมประสิทธิภาพต่อการพัฒนาคุณภาพบัณฑิต ที่สำเร็จการศึกษาออกมา รวมถึงในปัจจุบันนั้น สถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยมีจำนวนมากขึ้น สามารถจัดการศึกษาให้แก่ประชาชนได้ถึงร้อยละ 12.5 ในวัยเรียน ซึ่งใกล้เคียงกับร้อยละ 15 ซึ่งถือว่าเป็นระดับร้อยละที่อุดมศึกษาเข้าถึงสู่มวลชน (Mass Education) แม้ว่าการพัฒนาคุณภาพของการอุดมศึกษาไทยมีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในปัจจุบันก็ยังพบว่าคุณภาพอุดมศึกษายังไม่มีคุณภาพเท่าที่ควรและพบจุด อ่อนในหลายประเด็น ประกอบด้วย ปัญหานโยบายของรัฐบาลและสถาบันอุดมศึกษาบางแห่งยังไม่มีความแน่นอนและเกิด ความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน ขาดการมีส่วนร่วมของชุมชน องค์กรเอกชนและผู้ประกอบการในการพัฒนาคุณภาพอุดมศึกษา หลักสูตรและการเรียนการสอนมีความล้าสมัย ไม่เป็นสากลและไม่เกิดบูรณาการ ไม่มีการปรับเปลี่ยนหลักสูตรตามกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงของโลก เกิดการขาดแคลนคณาจารย์ที่มีคุณภาพเนื่องจากวิกฤติศรัทธาต่ออาชีพอาจารย์ตกต่ำซึ่งไม่สามารถจูงใจคนเข้ามาเป็นอาจารย์ได้ รวมถึงการลงทุนของรัฐบาลในเรื่องการวิจัยเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ยังถือว่า อยู่ในระดับที่ต่ำมาก รัฐบาลจำเป็นต้องทุ่มเทการลงทุนทางด้านการวิจัยและพัฒนาให้แก่สถาบันอุดม ศึกษาอย่างจริงจัง ดังนั้นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพของการอุดมศึกษาที่สำคัญ สถาบันอุดมศึกษาจำเป็นต้องเปิดหลักสูตรให้ตรงกับสภาพความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบันและอนาคต สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภายในและสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างจุดแข็งและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ใหม่ๆซึ่งกันและกัน สถาบันการศึกษาต้องมุ่งจัดการศึกษาเฉพาะทางที่เป็นการลงลึกเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญ อันเป็นการพัฒนาการอุดมศึกษาที่มีคุณภาพโดยสร้างความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆให้ สามารถแข่งขันกับสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำอื่นๆทั่วโลกได้ ควรใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันและสร้าง รายได้เข้าสู่สถาบันด้วยตนเอง พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เช่นการสร้างความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาที่มีชื่อเสียงระดับโลกโดยอาจเป็นการ เปิดหลักสูตรที่ทำการเรียนการสอนร่วมกันเพื่อนำความรู้เกี่ยวกับหลักสูตรต้น แบบที่มีคุณภาพจากมหาวิทยาลัยชั้นนำจากต่างประเทศและได้รับองค์ความรู้ใหม่ๆมากขึ้น สำหรับในเรื่องของการ บริหารจัดการแล้ว สถาบันอุดมศึกษาควรลดความซ้ำซ้อนในการบริหารจัดการ ควรเปิดโอกาสให้คนดีมีฝีมือเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารสถาบันอุดมศึกษา ควรเน้นการกระจายอำนาจในการดำเนินงาน…
-
การผลิตและการบริโภคสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์
การผลิต หมายถึง การแปรสภาพทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เกิดประโยชน์เป็นสินค้าหรือบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการมนุษย์ ปัจจัยการผลิต สิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานที่ผู้ผลิตนำมาผ่านกระบวนการผลิตนำมาผ่านกระบวนการผลิตจนเกิดเป็นสินค้าและบริการ เรียกว่า ปัจจัยการผลิต ซึ่งแบ่งเป็น 4 ประเภท ดังนี้ 1) ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ป่าไม้ แม่น้ำ แร่ธาตุ น้ำมัน ที่ดิน 2) ทุน เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการผลิตสินค้าและบริการ ทุนมี ๒ ประเภท คือ วัตถุทุน คือ เครื่องมือเครื่องใช้ประเภทต่าง ๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อทุ่นแรงในการผลิตสินค้าและบริการ เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์การผลิต โรงงาน เงินทุน คือ จำนวนเงินที่นำไปซื้อหรือทำให้ได้มาซึ่งวัตถุทุนประเภทต่าง ๆ หรือจ่ายเป็นค่าจ้าง 3) แรงงาน กำลังกายและกำลังสติปัญญาของมนุษย์ในการผลิต เช่น แรงงานทางสมองของมนุษย์ทำให้คิดประดิษฐ์เครื่องจักร เครื่องทุ่นต่าง ๆ ที่จะนำมาผลิตสินค้าและบริการ 4) การประกอบการ การจัดตั้งองค์กรการผลิต เพื่อดำเนินการผลิตโดยนำทรัพยากรธรรมชาติ…
-
ข้อควรปฏิบัติของผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการ
1.ผู้บริโภคต้องตรวจดูฉลากของสินค้าเพื่อ เป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบสินค้าแต่ละยี่ห้อก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า โดยมีรายละเอียด เช่น -ชื่อประเภทหรือชนิดของสินค้าที่แสดงให้เข้าใจได้ว่าสินค้านั้นคืออะไร ข้อแนะนำในการใช้หรือห้ามใช้เพื่อความถูกต้องในการใช้ที่ให้ประโยชน์แก่ผู้บริโภค -คำเตือน (ถ้ามี) -วันเดือนปีที่ผลิต หรือวันเดือนปีที่หมดอายุการใช้ หรือวันเดือนปีที่ควรใช้ก่อนวันเดือนปีที่ระบุนั้น เพื่อให้เข้าใจในประโยชน์ของคุณภาพหรือคุณสมบัติของสินค้านั้น 2. ผู้บริโภคอย่าด่วนหลงเชื่อคำโฆษณของสินค้าหรือบริการ ต้องศึกษารายละเอียดอื่นๆ ของตัวสินค้าหรือบริการที่อาจไม่ระบุไว้ในโฆษณา เนื่องจากการโฆษณาส่วนใหญ่จะเสนอแต่ข้อดีและเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ โดยใช้ข้อความโฆษณาที่เป็นเท็จหรือเกินความจริงซึ่งก่อให้เกิดการเข้าใจผิดในสาระสำคัญ เช่นใช้แล้วได้ผล 100 % 3.ก่อนลงนามในสัญญาต้องพิจารณาให้รอบคอบ ว่าในสัญญามีเงื่อนไขข้อใดบ้างที่ไม่เป็นธรรม หากผู้บริโภคสงสัยในข้อกฎหมาย หรือไม่เข้าใจ ควรปรึกษาผู้ที่มีความรู้หรือผู้เชี่ยวชาญ สำหรับข้อควรปฏิบัติหลังจากซื้อสินค้าหรือบริการ ผู้บริโภควรเก็บรักษาเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่แสดงถึงการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคไว้ เพื่อการเรียกร้องตามสิทธิเของตนเพื่อประกอลการร้องเรียน ข้อมูลข้างต้นคงจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้บริโภคไม่น้อย ในการที่จะป้องกันตนเองไม่ให้ถูกผู้ประกอบธุรกิจเอาเปรียบซึ่งผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ก็สามารถดูแลตนเองได้ ไม่จำเป็นต้องหวังพึ่งใคร
-
Shopping ร้านค้าออนไลน์ ขายสินค้าได้ตลอด 24 ชม.
ร้านค้าออนไลน์ ช่วยให้คุณสามารถขายสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมงและลูกค้าของคุณก็สามารถเข้ามาเลือกซื้อ เลือกดูสินค้า หรือ สั่งซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมงเช่นกัน หมดกังวลเกี่ยวกับปัญหาไม่มีคนเฝ้าหน้าร้าน ทำให้เปิดร้านค้าไม่ได้ หรือ ต้องจำกัดเวลาในการเปิด ปิด ร้านค้า ทำให้เสียโอกาสในการขายสินค้าไปเป็นอย่างมาก ลูกค้าที่อยู่ไกล ไม่สามารถเดินทางมาซื้อสินค้าได้ แต่หากคุณใช้ ร้านค้าออนไลน์ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ที่ใด ก็สามารถสั่งซื้อสินค้าจากร้านค้าของคุณได้ ช่วยให้สามารถขายสินค้าได้เพิ่มมากขึ้น มีรายได้มากขึ้น กำไรมากขึ้น อย่างเห็นได้ชัดเจนเลยทีเดียว ร้านค้าออนไลน์ อีกหนึ่งทางเลือกในการเปิดร้านค้า ร้านค้าออนไลน์ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือก หรือ อีกหนึ่งตัวเลือก ในการเปิดร้านขายสินค้า เพราะปัจจุบันนี้อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตประจำวันของคนเราเป็นอย่างมาก ทำให้ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า หรือ หากต้องการซื้อสินค้า ก็จะใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการค้นหาข้อมูลต่างๆ และหากผู้ใช้งานเจอสินค้าที่ถูกใจและมีขายบนอินเทอร์เน็ตนั้นก็จะตัดสินใจซื้อสินค้าได้เลยทันที ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปซื้อสินค้า ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและปัจจุบันนี้ คนส่วนใหญ่ เริ่มคุ้นเคยกับการซื้อขายสินค้าออนไลน์ เริ่มไว้ใจและเชื่อมั่นในระบบการขายสินค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้น กล้าซื้อขายกันผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น ดังนั้น ร้านค้าออนไลน์ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีเลยทีเดียวในการตัดสินใจเปิดร้านขายของผ่านระบบออนไลน์
-
เคล็ดลับการช้อปปิ้งออนไลน์ให้ปลอดภัยหายห่วง
กลายเป็นกระแสฮอตฮิตไปแล้วไปสำหรับบรรดาขาช้อปทั้งหลายที่รักความ สะดวกสบาย รวดเร็ว กับการ “ช้อปปิ้งออนไลน์” บนโลกอินเตอร์เน็ต เพราะไม่ว่าจะคุณจะอยู่ที่ไหน เวลาใดก็สามารถเปิดเว็บไซต์ออนไลน์เลือกซื้อสินค้าได้ตลอดเวลา แต่หลายคนยังกังวลในความไม่ปลอดภัยของการซื้อสินค้าทางอินเตอร์เน็ตว่าได้ของ ตามที่เราต้องการหรือเมื่อสั่งซื้อโอนเงินแล้วจะได้รับสินค้าหรือไม่ เราจึงนำวิธีการช้อปปิ้งออนไลน์ให้ปลอดภัยมาฝากกันค่ะ 1. เว็บไซต์ร้านค้า ควรมีการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ – ซึ่งจะทำให้มั่นใจได้ในระดับนึง เพราะแน่นอนว่ามิจฉาชีพร้อยทั้งร้อยคงไม่อยากแสดงตัวตนอยู่แล้ว ในการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ต้องเป็นเจ้าของร้านค้าออนไลน์ แจ้งหลักฐานแสดงตัวตนและที่อยู่กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และบนเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์นั้นจะต้องแสดงที่อยู่ร้านค้าหรือที่อยู่ของเจ้า ของร้านบนเว็บไซต์ เช่นในหน้า Contact Us หรือ หน้าที่เกี่ยวกับที่อยู่ร้านค้าหรือเจ้าของ เพื่อที่ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะได้ให้ code แสดงสัญลักษณ์ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 2. เว็บไซต์มีFeedbackที่ดี – บางคนสงสัยว่าแล้วจะรู้ได้อย่างไรล่ะว่าเว็บไซต์ร้านไหนมี Feedback ที่ดี ก็ดูได้จากตามกระทู้หรือจำนวนการส่งสินค้า ซึ่งถ้าทางร้านส่งของทางไปรษณีย์ หรือบริการส่งของเอกชน ก็จะมีแจ้ง “รหัสหมายเลขพัสดุ” ที่สามารถตรวจสอบสถานะได้ ถ้ามีเยอะก็แสดงว่าสินค้าร้านนั้นมีคุณภาพดี มีลูกค้าให้ความเชื่อถือสั่งซื้อเยอะ แต่ก็ต้องอาจจะเช็คดูก่อนเพราะก็จะมีร้านหัวใสที่เอาหมายเลขพัสดุจากร้าน อื่นๆมาขึ้นในเวบตัวเอง เพื่อให้ดูเหมือนมีส่งของเยอะ ก็อาจจะลองเอาหมายเลขพัสดุนั้นไปค้นหากับ Google อีกทีว่ามีบนเว็บอื่นมั้ย ถ้าไม่มีก็ถือว่าโอเค เป็นหมายเลขพัสดุร้านนั้นจริงๆ หรือไม่ก็ดูจากเวลาที่ขึ้นหมายเลขพัสดุนั้นๆ กับตรวจสอบกับเว็บที่เช็คสถานะ…
Got any book recommendations?